พฤกษศาสตร์ของโป๊ยเซียน
แม้ว่าหนังสือเล่มนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำโป๊ยเซียนสำหรับผู้อ่านทั่วไป ทั้งกสิกรและผู้ปลูกเลี้ยงเพื่อประดับบ้านและสวน โดยเฉพาะในเรื่องของการปลูก และการปฏิบัติดูแลรักษาตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์ แต่ผู้ที่สนใจก็อาจจะขวนขวายหาความรู้ในด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับโป๊ยเซียน เช่น ในเรื่องกำเนิด, ประวัติ และโดยเฉพาะด้านพฤกษศาสตร์ ซึ่งจะเป็นพื้นความรู้ให้แก่ผู้อ่านเข้าใจถึงลักษณะ และอุปนิสัยของโป๊ยเซียนได้ดีขึ้น
อนุกรมวิธาน
พฤกษอนุกรมวิธาน เป็นสาขาของวิชาพฤกษศาสตร์ ที่ว่าด้วยการจำแนกพันธุ์พืชออกเป็นหมวดหมู่ รวมทั้งการตั้งชื่อซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วไป ระบบการเรียกชื่อของพรรณพืชที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ ระบบวินาม ( binomial ) ซึ่งประกอบด้วยชื่อ 2 ชื่อ ชื่อแรกคือ ชื่อสกุล ( genus ) ชื่อที่สองคือ ชื่อชนิด ( specific epithet ) การเรียกชื่อทางพฤกษศาสตร์ของพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง จึงต้องใช้สองคำคือ ชื่อ สกุล ตามด้วยชื่อชนิด ชื่อทั้งสองต้องเขียนด้วยภาษาละติน ในพืชแต่ละชนิดอาจมีความผันแปรในลักษณะภายนอก แต่ความผันแปรนั้น ๆ ไม่มากพอที่จะจำแนกออกเป็นคนละชนิด ในทางพฤกษศาสตร์ เราเรียกลำดับความผันแปรในแต่ละชนิดของพืชว่า “พันธุ์ ( variety )” ( var. ), ซึ่งอาจนำมาใช้กับพันธุ์พัชสวนหรือพืชปลูกอื่น ๆ โดยเปลี่ยนไปเรียกว่า “ cultivated variety ” หรือ “ cultivar ” (ev.).
ลำดับทางอนุกรมวิธานที่สูงขึ้นไปจากสกุล เรียกว่าวงศ์ ( family ) สำหรับในหนังสือเล่นนี้ จะไม่ขอกล่าวถึงลำดับที่สูงไปกว่าวงศ์ เพราะเป็นวิชาการเกินไป และไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ขอเรียงลำดับการจำแนกพืชจากสูงลงมาหาต่ำดังต่อไปนี้
วงศ์ ( family )
สกุล ( genus )
ชนิด ( species )
พันธุ์ ( variety หรือ cultivar )
โดยหลักการทางอนุกรมวิธาน พืชในวงศ์ใดวงศ์หนึ่งจะประกอบไปด้วยพืชหลายสกุลที่มีลักษณะจำเพาะบางอย่างแตกต่างกัน แต่ยังมีลักษณะทั่วไปเหมือนกัน ทำนองเดียวกัน พืชในสกุลหนึ่งจะประกอบไปด้วยชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะจำเพาะบางอย่างแตกต่างกัน แต่ยังมีลักษณะทั่วไปของสกุลนั้น ๆ อยู่ สำหรับในกรณีของพันธุ์ก็อาศัยหลักการเดียวกัน แต่เป็นความแตกต่างที่ลดระดับลงมาอีกขึ้นหนึ่ง จากระดับของชนิด
สำหรับโป๊ยเซียนนั้น ถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ยูฟอร์บิเอซิอี ( Family Euphorbiaceae . ) ซึ่งเป็นวงศ์ที่ใหญ่มาก โดยทั่ว ๆ ไปมีลักษณะเป็นไม้พุ่มพบอยู่หลายประเทศในเขตร้อนมีไม่ต่ำกว่า 300 สกุล ( genus ) แต่ะลสลุกมีราว 6,550 – 7,650 ชนิด โป๊ยเซียนจึงจัดอยู่ในสกุลยูฟอร์เบีย ( Euphorbia ) ไม้ที่จัดอยู่ในสกลุเดียวกันนี้มีประมาณ 2,000 ชนิด รวมทั้งพวกสลัดได กระบองเพชรบางชนิด ลักษณะที่สำคัญของพืชในสกุลนี้คือ ลำต้นอวบอมน้ำ มียางสีขาวซึ่งเป็นพิษ หากถูกผิวหนังที่เป็นแผลหรือเข้าตาจะเป็นอันตรายได้ บางชนิดใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ บางชนิดใช้สกัดน้ำมัน บางชนิดมีหนามแหลมคม เป็นพืชที่ทนความแห้งแล้ง มีชื่ออื่น ๆ ในภาษาไทยว่า “ มงกุฎหนาม ” โดยตั้งชื่อตามลักษณะของลำต้น ที่มีหนามอยู่รอบเหมือนมงกุฎ แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังคงเรียกว่า โป๊ยเซียน เนื่องจากความคุ้นเคย ส่วนในแต่ละท้องถิ่นที่มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เป็นต้นว่าในกรุงเทพฯ บางทีก็เรียกไม้รับแขก สวนเชียงใหม่เรียก ระวิงระไว , พระเจ้ารอบโลก หรือว่านเข็มพระยาอินทร์ ส่วนแม่ฮ่องสอนเรียก ว่านมุงเมือง (เพิ่มเติม…)



