WE RECOMMEND

พฤกษศาสตร์ของโป๊ยเซียน

Posted by admin | โป๊ยเซียน | วันอังคาร 2 กุมภาพันธ์ 2010 12:32 am

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำโป๊ยเซียนสำหรับผู้อ่านทั่วไป ทั้งกสิกรและผู้ปลูกเลี้ยงเพื่อประดับบ้านและสวน โดยเฉพาะในเรื่องของการปลูก และการปฏิบัติดูแลรักษาตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์ แต่ผู้ที่สนใจก็อาจจะขวนขวายหาความรู้ในด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับโป๊ยเซียน เช่น ในเรื่องกำเนิด, ประวัติ และโดยเฉพาะด้านพฤกษศาสตร์ ซึ่งจะเป็นพื้นความรู้ให้แก่ผู้อ่านเข้าใจถึงลักษณะ และอุปนิสัยของโป๊ยเซียนได้ดีขึ้น

อนุกรมวิธาน

พฤกษอนุกรมวิธาน เป็นสาขาของวิชาพฤกษศาสตร์ ที่ว่าด้วยการจำแนกพันธุ์พืชออกเป็นหมวดหมู่ รวมทั้งการตั้งชื่อซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วไป ระบบการเรียกชื่อของพรรณพืชที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ ระบบวินาม ( binomial ) ซึ่งประกอบด้วยชื่อ 2 ชื่อ ชื่อแรกคือ ชื่อสกุล ( genus ) ชื่อที่สองคือ ชื่อชนิด ( specific epithet ) การเรียกชื่อทางพฤกษศาสตร์ของพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง จึงต้องใช้สองคำคือ ชื่อ สกุล ตามด้วยชื่อชนิด ชื่อทั้งสองต้องเขียนด้วยภาษาละติน ในพืชแต่ละชนิดอาจมีความผันแปรในลักษณะภายนอก แต่ความผันแปรนั้น ๆ ไม่มากพอที่จะจำแนกออกเป็นคนละชนิด ในทางพฤกษศาสตร์ เราเรียกลำดับความผันแปรในแต่ละชนิดของพืชว่า “พันธุ์ ( variety )” ( var. ), ซึ่งอาจนำมาใช้กับพันธุ์พัชสวนหรือพืชปลูกอื่น ๆ โดยเปลี่ยนไปเรียกว่า “ cultivated variety ” หรือ “ cultivar ”  (ev.).

ลำดับทางอนุกรมวิธานที่สูงขึ้นไปจากสกุล เรียกว่าวงศ์ ( family ) สำหรับในหนังสือเล่นนี้ จะไม่ขอกล่าวถึงลำดับที่สูงไปกว่าวงศ์ เพราะเป็นวิชาการเกินไป และไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ขอเรียงลำดับการจำแนกพืชจากสูงลงมาหาต่ำดังต่อไปนี้

วงศ์  ( family )

สกุล  ( genus )

ชนิด  ( species )

พันธุ์  ( variety  หรือ  cultivar )

โดยหลักการทางอนุกรมวิธาน พืชในวงศ์ใดวงศ์หนึ่งจะประกอบไปด้วยพืชหลายสกุลที่มีลักษณะจำเพาะบางอย่างแตกต่างกัน แต่ยังมีลักษณะทั่วไปเหมือนกัน ทำนองเดียวกัน พืชในสกุลหนึ่งจะประกอบไปด้วยชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะจำเพาะบางอย่างแตกต่างกัน แต่ยังมีลักษณะทั่วไปของสกุลนั้น ๆ อยู่ สำหรับในกรณีของพันธุ์ก็อาศัยหลักการเดียวกัน แต่เป็นความแตกต่างที่ลดระดับลงมาอีกขึ้นหนึ่ง จากระดับของชนิด

สำหรับโป๊ยเซียนนั้น ถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ยูฟอร์บิเอซิอี ( Family Euphorbiaceae . ) ซึ่งเป็นวงศ์ที่ใหญ่มาก โดยทั่ว ๆ ไปมีลักษณะเป็นไม้พุ่มพบอยู่หลายประเทศในเขตร้อนมีไม่ต่ำกว่า 300 สกุล ( genus ) แต่ะลสลุกมีราว 6,550 – 7,650 ชนิด โป๊ยเซียนจึงจัดอยู่ในสกุลยูฟอร์เบีย ( Euphorbia ) ไม้ที่จัดอยู่ในสกลุเดียวกันนี้มีประมาณ 2,000 ชนิด รวมทั้งพวกสลัดได กระบองเพชรบางชนิด ลักษณะที่สำคัญของพืชในสกุลนี้คือ ลำต้นอวบอมน้ำ มียางสีขาวซึ่งเป็นพิษ หากถูกผิวหนังที่เป็นแผลหรือเข้าตาจะเป็นอันตรายได้ บางชนิดใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ บางชนิดใช้สกัดน้ำมัน บางชนิดมีหนามแหลมคม เป็นพืชที่ทนความแห้งแล้ง มีชื่ออื่น ๆ ในภาษาไทยว่า “ มงกุฎหนาม ” โดยตั้งชื่อตามลักษณะของลำต้น ที่มีหนามอยู่รอบเหมือนมงกุฎ แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังคงเรียกว่า โป๊ยเซียน เนื่องจากความคุ้นเคย ส่วนในแต่ละท้องถิ่นที่มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เป็นต้นว่าในกรุงเทพฯ บางทีก็เรียกไม้รับแขก สวนเชียงใหม่เรียก ระวิงระไว , พระเจ้ารอบโลก หรือว่านเข็มพระยาอินทร์ ส่วนแม่ฮ่องสอนเรียก ว่านมุงเมือง (เพิ่มเติม…)

การเลี้ยงและเล่นโป๊ยเซียนในเมืองไทย

Posted by admin | โป๊ยเซียน | วันจันทร์ 1 กุมภาพันธ์ 2010 12:32 am

ในเมืองไทยนั้นเดิมก็นิยมปลูกเลี้ยงโป๊ยเซียนกัน โดยถือตามแนวคติของจีนคือ ปลูกไว้เป็นการเสี่ยงทายวาสนาคู่เคียงไปกับการปลูกเพื่อชื่นชมดอก คือ ถือกันว่าถ้าโป๊ยเซียนออกดอกช่อละ 8 ถึง 72 ดอก แล้ว ก็หมายถึงว่าผู้ปลูกจะมีบุญวาสนาสูงขึ้น บางท่านก็ลงทุนปลูกต้นโป๊ยเซียนในกระถางมังกร หรือกระถางลายครามอย่างดี ค่ากระถางอาจจะแพงกว่าต้นโป๊ยเซียนเสียอีก และมักนิยมกันว่า กรปลูกต้นโป๊ยเซียนควรปลูกในกระถางที่มีรูปโป๊ยเซียนด้วย จึงจะต้องโฉลกตามตำรา (เพิ่มเติม…)

กำเนิดและประวัติโป๊ยเซียน

Posted by admin | โป๊ยเซียน | วันอาทิตย์ 31 มกราคม 2010 12:30 am

จากากรที่คำว่า “โป๊ยเซียน” เป็นคำที่มาจากภาษาจีน จึงทำให้คนทั่วไปเข้าใจวาโป๊ยเซียนเป็นต้นไม้ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่ในความเป็นจริงแล้ว โป๊ยเซียนเป้ฯต้นไม้ที่มีแหล่งกำเนิดในหมู่เกาะ มาดากัสการ์ ( มาลากาซี ) และแถบทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านตะวันตกของเกาะมีพันธุ์แปลก ๆ มากมาย นอกจากนี้ ยังมีในป่าแอฟริกาเหนือ เป็นไม้ในถิ่นร้อน แต่ในแถบอบอุ่นก็นิยมปลูกกันตามบ้านเรือนทั่วไป และมักปลูกกันในกระถาง เป็นไม้ที่สามารถเจริญงอกงามได้ในที่แห้งแล้ว ให้ดอกตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวเย็นจะให้ดอกมาก

นายโอสถ  โกศิน อดีตวุฒิสมาชิก ได้เขียนไว้ว่า “เมื่อผู้เขียนเดินทางไปในประเทศแอฟริกาหลายแห่ง กลับพบว่ามีต้นโป๊ยเซียนเป็นไม้พื้นเมืองถึงกับบางแห่งปลูกเป็นไม้ประดับถนน เช่น ในกรุงไนโรบี ประเทศคีนยา ปลูกโป๊ยเซียนดอกสีแดง ( คนละชนิดกับโป๊ยเซียนรุ่นเก่าของเรา ) ไว้บนเกาะกลางถนนแห่งหนึ่ง ตามแนวถนนที่จะไปสนามบิน ลำต้นโตเท่าแขน สูงสองเมตรเศษ กอหนึ่งมีตั้ง 50 กว่าลำ ดูแล้วเหมือนต้นกระบอกเพชรของเราที่ประเทศมาลากาซี (เดิมเรียกมาดากัสการ์ ) ซึ่งเป็นเกาะอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ก็มีโป๊ยเซียนสีขาวดอกเล็ก ที่กรุงไนโรบี ได้เห็นโป๊ยเซียนดอกสีม่วง เป็นสีม่วงขุ่น ๆ แบบเปลือกผลมังคุดที่ยังไม่แก่จัด ซึ่งนับว่าเป็นสีที่แปลก และน่าจะใช้เป็นพันธุ์ผสมให้เกิดเป็นสีม่วงดอกใหญ่ ๆ ได้ (เพิ่มเติม…)

โป๊ยเซียน

Posted by admin | โป๊ยเซียน | วันเสาร์ 30 มกราคม 2010 12:29 am

แม้ว่าคนไทยจะรู้จักโป๊ยเซียนมาเป็นเวลาช้านานแล้ว แต่ความตื่นตัวในเรื่องโป๊ยเซียนเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง และด้วยเวลาเพียงสั้น ๆ ที่ผ่านมานี้ โป๊ยเซียนได้เขยิบฐานะจากไม้ประดับพื้น ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจนัก มาเป็นไม้ประดับชั้นนำ แม้ว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อเกิดมีการตื่นตัวอย่างมากในไม้ประดับชนิดใดในเวลาใดเวลาหนึ่งแล้วไม่ช้าไม้ประดับชนิดนั้น ๆ ก็จะตกอันดับไป แต่เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดกับโป๊ยเซียน ซึ่งผิดแผกไปจากไม้ประดับชนิดอื่น ๆ ด้วยความดีเดนในตัวของมันเองกล่าวคือ

  1. 1. เลี้ยงง่าย ตายยาก โป๊ยเซียนเป็นพรรณไม้ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทั้งในเรื่องของน้ำ, ดิน, และอุณหภูมิ ไม่ต้องดูแล เอาใจใส่มากนักไม่เหมือนกับไม้ประดับประเภทอื่น ๆ ทั่วไป เพราะสามารถเก็บน้ำไว้ที่ลำต้น ใบ และราก จึงทนทานต่อการขาดน้ำได้เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมียางและหนามในตัวของมันเอง สามารถป้องกันภัยต่อต้นได้ โป๊ยเซียนจึงเป็นพืชที่เกือบจะเรียกได้ว่าปลอดศัตรู ทั้งโรค, แมลง และศัตรูที่มีชีวิตอื่น ๆ จึงทำให้ไม่ต้องมีภาระในเรื่องอารักขาพืช ดังเช่นไม้ประดับอื่น ๆ (เพิ่มเติม…)

กระบือ (ควาย)

Posted by admin | เรื่องน่ารู้ | วันพุธ 27 มกราคม 2010 10:39 pm

บางคนว่า ควาย เป็นคำไม่สุภาพจึงให้เรียกว่า กระบือ แทน ความจริงจะสุภาพหรือไม่สุภาพขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้พูดมากกว่า ถ้าเป็นการพูดถึงตามปรกติก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่ที่ไม่สุภาพก็เพราะมีบางคนนำเอาคำว่าควายไปเปรียบเทียบกับคนที่ไม่รู้ในบางเรื่องที่ตัวเองรู้ พอตัวเองรู้แล้วคนอื่นไม่รู้ก็ถือโอกาสดูถูกเสียเลยว่าโง่เหมือนควาย น้อง ๆ อย่าเอาอย่างคนพวกนั้นนะจ๊ะ ในสมัยก่อนหน้าที่หลักของควายบ้านก็คือ ไถนา นับรบโบราณบางท่าน (เพิ่มเติม…)

แมวบ้าน

Posted by admin | เรื่องน่ารู้ | วันอังคาร 26 มกราคม 2010 10:10 pm

แมว  เป็นสัตว์เลี้ยงคู่สังคมไทยมานานแล้ว นับย้อนไปเท่าที่หลักฐานจะบอกได้ก็ไม่น่าจะหลังอยุธยาโน่นเลยทีเดียว แต่ถ้าหากสืบค้นจากหลักฐานทั่วโลกแล้ว แมวบ้าน หรือแมวเลี้ยง ที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่ประเทศอิยิปต์โน่น ทำให้เชื่อกันว่าอิยิปต์น่าจะเป็นชนชาติแรกที่นำแมวป่ามาฝึกให้เชื่องและเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงก่อนชนชาติอื่น ประโยชนที่ชาวอิยิปต์ได้จากการนำแมวมาแล้วก็คือ หนูจำนวนมากที่คอยกัดกินพืชผลทางการเกษตรและเป็นพาหะนำโรคลดลงจนเหลือไม่มากพอที่จะสร้างความเสียหายเดือดร้อนให้กับอาณาจักรอีกต่อไป นับแต่นั้นมาแมวจึงเลื่อนฐานะจากสัตว์เลี้ยงมาเป็นตัวแทนของเทพเจ้า (เพิ่มเติม…)

The best video you will ever see CAT

Posted by admin | Cat | วันจันทร์ 25 มกราคม 2010 11:31 pm

The title says it all. Including the best of the best footage on cats. You#39;ll see tricks, flips and much more!brbrobject width=425 height=350param name=movie value=http://www.youtube.com/v/Wvo-g_JvURIhl=enfs=1/paramparam name=allowFullScreen value=true/paramparam name=allowscriptaccess value=always/paramembed src=http://www.youtube.com/v/Wvo-g_JvURIhl=enfs=1 type=application/x-shockwave-flash allowscriptaccess=always allowfullscreen=true width=425 height=350/embed/objectp a href=http://connecticutculinaryschool.alllinkblog.com/ rel=dofollow title=Connecticut Culinary SchoolConnecticut Culinary School/a a href=http://cutleryknives.selltoo.net/ rel=dofollow title=Cutlery-knivesCutlery-knives/a /p

แกะ

Posted by admin | เรื่องน่ารู้ | วันจันทร์ 25 มกราคม 2010 10:46 pm

อกจากแพะแล้ว แกะก็เป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านนับถือศาสนาอิสลามนิยมเลี้ยง โดยจะปล่อยให้หากินเองเช่นเดียวกับแพะ สำหรับแกะนั้นจุดประสงค์หลักในการเลี้ยงก็เพื่อนำเนื้อมาปรุงเป็นอาหาร ไม่เพียงแต่ผู้นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้นผู้ที่นับถือศาสนาอื่นที่อาศัยในทวีปยุโรป อเมริกาและออสเตรเลียก็นิยมนำเนื้อแกะมาปรุงอาหาร นอกจากเนื้อแล้ว ขนแกะก็ยังเป็นที่นิยมนำมาทอเป็นเครื่องนุ่งห่มที่ให้ความอบอุ่นกับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองหนาว แกะจึงมีทั้งที่เป็นพันธุ์เนื้อ และพันธุ์ขน พันธุ์เนื้อก็จะมีเนื้อเยอะแต่ขนจะขึ้นสั้น ๆ พันธุ์ขนจะไม่อวบอ้วนเท่าแต่จะมีขนฟูหนาจนดูเหมือนว่าตัวมันอ้วนกลมกว่าแกะพันธุ์เนื้อ (เพิ่มเติม…)

แพะ

Posted by admin | แพะ | วันจันทร์ 25 มกราคม 2010 10:40 pm

ถ้าผ่านไปแถบชานเมืองหรือในชุมชนตามต่างจังหวัดบางพื้นที่ น้อง ๆ อาจจะเห็นฝูงแพะและเล็มกินหญ้าอยู่ริมทาง แพะที่น้อง ๆ เห็นเป็นแพะเลี้ยงที่ชาวบ้านปล่อยให้หากินเอง จุดประสงค์ในการเลี้ยงแพะก็เพื่อรีดเอานมและนำเนื้อมาปรุงเป็นอาหารรู้ไหมว่าเนื้อแพะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่านมวัวแถมยังมีปริมาณไขมันต่ำกว่ามาก แต่การดื่มนมแพะยังไม่เป็นที่นิยมเท่ากับนมวัวเพราะคนที่ไม่คุ้นเคยจะรู้สึกว่านมแพะมีกลิ่นแรงกว่าทั้งที่จริงกลิ่นของนมแพะก็ไม่ได้เหม็นจนดื่มไม่ได้ ชาวบ้านที่เลี้ยงแพะส่วนมากมักจะเป็นคนอิสลาม เพราะชาวอิสลามจะไม่รับประทานเนื้อหมูจึงมักจะเลี้ยงแพะไว้เพื่อนำเนื้อและนมมารับประทานแทน แพะเลี้ยงมีมากมายหลายพันธุ์ทั้งที่เป็นพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์จากต่างประเทศ นอกจากแพะเลี้ยงแล้วก็ยังมีแพะภูเขาซึ่งเป็นแพะที่หากินเองในธรรมชาติมักจะอาศัยอยู่ตามหน้าผาสูงชันหากินต้นพืชที่ขึ้นตามซอกหิน สามารถวิ่งขึ้นวิ่งลงหน้าผาที่สูงชันได้อย่างคล่องแคล่ว (เพิ่มเติม…)

หมู

Posted by admin | สุกร | วันจันทร์ 25 มกราคม 2010 10:39 pm

หมู  เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดที่น้อง ๆ คุ้นเคย ทั้งที่เป็นพระเอกในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง เบ็บ และทั้งที่เป็นอาหารในชีวิตประจำวัน หมูที่ว่านี้ไม่ใช่หมูป่าแต่เป็นหมูที่เลี้ยง ในสมัยก่อนฟาร์มหมูมักจะนำเศษอาหารไปเลี้ยงหมู แต่ในปัจจุบันอาหารหมูได้พัฒนาให้มีคุณค่าทางอาหารมากขึ้น หมูมักจะกินแล้วก็นอนทำให้อ้วน คนที่กินมูมมามมักจะถูกตำหนิว่ากินมูมมามเหมือน หมู ถ้าใครทิ้งงานให้คั้งค้างก็จะถูกตำหนิว่าปล่อยให้งานค้างเหมือนกับ ดินพอกหางหมู หมูคลอดลูกครั้งละ 10-20 ตัว ถ้ามีลูกหมูเกิดมาเกินจำนวนเต้านมของแม่ ลูกตัวที่อ่อนแอก็จะถูกตัวที่แข็งแรงแย่งกินนมได้ก่อน ต่างจากคนเรานะ พี่ที่แข็งแรงกว่ามีน้องจะเป็นฝ่ายต้องเสียสละให้น้องที่อ่อนแอกว่าจริงมั๊ยจ๊ะ (เพิ่มเติม…)

หน้าต่อไป