นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ กล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงออกหมายเรียกนายพงษ์ พัฒน์ วชิรบรรจง หรือ อ๊อฟ ดารานักแสดงชื่อดัง Read more »
นายกฯ เร่งผลักดัน ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ แนะ เกษตรกรต้องมีองค์กรที่กำหนดนโยบาย ดูแลผลประโยชน์ …
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธาน เปิดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกร ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่า พ.ร.บ.จัดตั้งสภาเกษตรกรเป็นกฎหมายสำคัญ ที่เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ให้เสร็จภายใน 1 ปี แต่คณะนี้ดำเนินการได้เพียง 70-80 % เท่านั้น ทั้งนี้ที่ผ่านมา ส.ส.ให้ความสำคัญต่อเกษตรกร พร้อมชื่นชมเกษตรกรที่ผลิตพืชผลส่งออกสูง เป็นอันดับ 1 และ 2 แต่มีปัญหาหนี้สิน และที่ดินทำกิน ซึ่งเห็นว่าเกษตรกรต้องตัดสินใจให้มีองค์กรที่เกษตรกรเป็นผู้กำหนดนโยบายร่วมวางแผนเพื่อดูแลผลประโยชน์ของตนเอง
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. 2552 ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในโอกาสวันคล้ายวันก่อตั้งรฟม. ครบรอบ 17 ปี นายประจักษ์ กล่าวว่า รฟม.จะเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสาย ต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายต่อไปโดยเร็ว ซึ่งในส่วนของสายสีเขียวยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องไปหารือเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่ารฟม.มีความพร้อมทั้งบุคลากร มีประสบการณ์ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ ทำโครงการสำเร็จก็ถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลทั้งนั้น ระหว่างที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ รฟม.ก็จะเดินหน้าไปตามมติคณะรัฐมนตรีเดิม Read more »
กฎหมายได้บัญญัติเรื่องการแยกสินสมรส 2 กรณี คือ กรณีที่มีสามีหรือภริยาร้องขอให้ศาลสั่งแยกสินสมรส และกรณีที่สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังเปิดช่องให้สามีภริยาอาจทำสัญญาก่อนสมรสหรือระหว่างสมรสได้ ทำให้การแยกสินสมรสอาจจะเกิดจากกรณีที่มีสัญญาก่อนสมรสหรือสัญญาระหว่างสมรสโดยตกลงกันทำสัญญาแบ่งสินสมรสกันก็ได้ ถ้าสัญญาดังกล่าวนั้นไม่ขัดกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังนั้นแม้คู่สมรสจะยังไม่มีการหย่า ก็สามารถจัดการสินสมรสที่ตกลงแบ่งกันแล้วโดยการขาย การให้ การจำหน่ายด้วยประการใด ๆ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม จากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง Read more »
?
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (25 ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในวันที่ 30 ส.ค.นี้ว่า เรื่องนี้ต้องขอความเห็นชอบจาก ครม.ก่อน หากครม.ให้ความเห็นชอบก็สามารถประกาศใช้ได้เลย และไม่ต้องให้กฤษฎีกาดูก่อน เพราะมีแบบอย่างอยู่ เมื่อถามว่าการจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงจะต้องมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนหรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย และต้องมีเหตุการณ์ก่อนจึงจะออกประกาศได้ Read more »
ทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ห่วงกฎหมายภาษีที่ดินกระทบประชาชนที่มีรายได้น้อย เสนอยกเว้นเก็บภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท … Read more »
‘พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ’ Read more »
โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เผย เล็งเสนอร่าง กม.คุ้มครองที่ดิน เอาใจเกษตรกร แนะเลิกโต้ “ทักษิณ” หวั่นหลงตามเกมฝ่ายค้าน ลั่นพร้อมเลือกตั้งแต่ร่วมรัฐบาล …? Read more »
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายคมสันต์ โพธิ์คง อดีต ส.ส.ร.กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจะผลักดันร่าง พ.ร.บ. สร้างความปรองดองแห่งชาติ เพื่อยกเลิกคดีที่เกี่ยวกับการเมืองทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 ว่า ยังไม่เห็นร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า แต่เชื่อว่าผู้ที่เสนอแนวคิดดังกล่าว คงไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง เพียงแต่ต้องการหาช่องทางช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้พ้นผิดเท่านั้น ทั้งนี้ การจะนิรโทษกรรมต้องศึกษาให้ดี โดยเฉพาะความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง แต่เป็นความผิดเรื่องการทุจริตคอรัปชัน และมีโทษทางอาญาด้วย ส่วนจะล่ารายชื่อประชาชนเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่สภาผู้แทนราษฎรจะรับเรื่องเข้ามาบรรจุในวาระการพิจารณาหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การนิรโทษกรรมความ ผิดทางอาญา จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะถ้า ทำไม่ดีจะกระทบกับหลักการทางกฎหมาย และต่อไป อาจ จะไม่มีใครเคารพคำตัดสินของศาล ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับ แนวคิดนี้ และไม่ควรจะมีกฎหมายทำนองนี้ออกมาด้วยซ้ำ
นายสุพจน์ พรัพย์ล้อม อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะประธานบอร์ด รฟม. เปิดเผยว่า วันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายได้ประชุม พิจารณาถึงกรณีที่โครงการได้รับหนังสือท้วงติงจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีผู้ร้องเรียนการประกวดราคาว่าอาจเป็นการเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล โดยมีการท้วงติงใน 2 ประเด็น คือ 1. รฟม.ได้ปรับราคาค่าก่อสร้างใหม่จากเดิม 31,000 ล้านบาท เป็น 36,000 ล้านบาท ภายหลังจากการปิดขายเอกสารประกวดราคาไปแล้ว ซึ่งอาจไม่เป็นธรรมกับเอกชนรายอื่นที่ไม่ได้มาซื้อเอกสารประกวดราคา และ 2. ข้อกำหนดในทีโออาร์ เรื่องรายได้ต่อปีย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากอาจเป็นการล็อกสเปกเฉพาะผู้รับเหมารายใหญ่เท่านั้น ที่ประชุมเห็นแล้วว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นปัญหาอะไร ตนจึงนัดประชุมบอร์ด รฟม.ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ เพื่อนำเรื่องดังกล่าวให้บอร์ดพิจารณาและขออนุมัติเปิดซองเทคนิคในสัญญา 1 และ 2 ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ หลังจากที่เลื่อนการเปิดมาแล้วหลายครั้ง?
นายสุพจน์กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุผลที่คณะอนุกรรมการกฎหมายชี้แจงถึงข้อร้องเรียน มีดังนี้ กรณีการปรับวงเงินค่าก่อสร้างหลังขายเอกสารประกวดราคานั้น รฟม.ได้ส่งเรื่องขออนุมัติการปรับเพิ่มกรอบวงเงินตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2551 ประกาศขายเอกสารประกวดราคาในวันที่ 24 เม.ย.-2 พ.ค. 2551 กำหนดยื่นเอกสารในเดือน ส.ค. แต่ขั้นตอนต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากหน่วยงานต่างๆอย่างรอบคอบกว่าจะอนุมัติได้ในวันที่ 17 มิ.ย. 2551 ซึ่งผู้รับเหมาก็รู้??? อยู่แล้วว่าโครงการจะต้องปรับเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้าง อีกทั้งเงื่อนไขการประกวดราคาของไจก้า กำหนดห้ามประกาศราคากลางในการประกวดราคา เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มที่และให้ได้งานที่มีคุณภาพ เรื่องกรอบวงเงินจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ระเบียบพัสดุของไทยต้องมีการกำหนดราคากลางและต้องผ่านการอนุมัติจาก ครม. จึงต้องมีการกำหนดเป็นกรอบวงเงินให้ ครม.อนุมัติ คณะอนุกรรมการกฎหมายเห็นว่าข้อร้องเรียนนี้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เข้าข่ายการฮั้วประมูล ส่วนกรณีการปรับคุณสมบัติผู้รับเหมาเรื่องรายได้ต่อปีเพิ่มเป็นเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาทนั้น พิจารณาจากช่วงนี้โครงการก่อสร้างของหน่วยงานราชการมีผลงานน้อย และผู้รับเหมาทิ้งงานหลายรายเพราะขาดสภาพคล่อง ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นโครงการที่ประชาชนคาดหวังมาก หากได้ผู้รับเหมาที่ไม่มีศักยภาพเพียงพอจนเกิดการทิ้งงาน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแล้วพบว่า หลังการปรับคุณสมบัติ มีผู้รับเหมาไทยเข้าร่วมแข่งขันได้ 9 ราย จากเดิม 15 ราย ยังถือว่าเป็นจำนวนมากอยู่ ส่วนผู้รับเหมาต่างชาติมีหลายรายที่เข้าร่วมได้อยู่แล้ว.?
ที่มา ไทยรัฐ
Tags: กฎหมาย, กรมทางหลวง, คณะกรรมการป้องกัน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะอนุกรรม, ประธานบอร์ด, ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, สีม่วง, อธิบดี, อธิบดีกรมทางหลวง
ข่าว กทม. | admin |
พฤศจิกายน 10, 2008 10:12 am |
ไม่ให้ใส่ความเห็น