Posts Tagged ‘แอร์แคเรียร์’
ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ
AIRTEMP (บริษัท สยามเทมป์ จำกัด)??
71/5 หมู่ 3 ถนนติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี?
?0-2961-8822 , 02-584-1485-9?? 0-2961-9661 , 0-2583-7318????
?
?
AMENA (บริษัท ยูนิโก้ คอนซูมเมอร์โปรดักส์ จำกัด)??
25/7 หมู่ 4 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510?
?0-2919-0823?? 0-2571-1819????
?
?
CARRIER (บริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด)??
ชั้น 14-15 อาคารเนชั่นทาวเวอร์ 46/63-74 ถนนบางนา-ตราด กม. 4.5 บางนา กรุงเทพฯ 10260?
?0-2751-4777?? 0-2751-4778????
?
?
CENTRAL AIR (บริษัท แพนสยาม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด)??
62/16-25 ซอยเสนาสฤษดิ์เดช ถนนกรุงเทพ – นนทบุรี ตำบลบางเขน อำเภอเมือง นนทบุรี 11000?
?0-2526-1985-90, 0-2525-0805-6, 0-2526-8234-8?? 0-2526-1277????
?
?
DAIKIN (บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด)??
49/9 หมู่ 5 ซ.อ่อนนุช 55/1(สยามไดกิ้น) ถ.อ่อนนุช กม.7.5 แขวงประเวศ กรงเทพฯ 10250?
?0-2721-7670?? 0-2721-7607-8????
?
?
EMINENT (บริษัท อีมิแน้นท์แอร์ (ประเทศไทย) จำกัด)??
405หมู่ 5 ซอยสุนทรวสุ ถนนพุทธรักษา ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10280?
?0-2398-1717?? 0-2749-3035????
?
?
EVE (บริษัท อีฟ โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด)??
660 ม.5 ซอยโอฬาร2 ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240?
?0-2733-6720?????
?
?
FUJITSU (บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น จำกัด)??
ชั้น 25-29 อาคารสรชัย 23/110-117 ซ.สุขุมวิท 63 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110?
?0-2714-3900?? 0-2714-3900????
?
?
HITACHI (บริษัท ฮิตาชิเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด)??
994 ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110?
?0-2381-8381-98?? 0-2381-9520????
?
?
LG (บริษัท แอลจีมิตร อิเลคทรอนิคส์ จำกัด)??
75/80-83 ชั้น 22 อาคารริชมอนด์ ซ.สุขุมวิท 26 คลองเตย กรุงเทพฯ 101106?
?0-2260-8787?? 0-2260-8790, 0-2260-8800????
?
MITSUBISHI ELECTRIC (บริษัท กันยงวัฒนา จำกัด)
?
เลขที่ 28 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.10240
? 0-2731-6841??? 0-2379-4759-62???
?
?
?
MITSUBISHI HEAVY DUTY (บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด)
?
797 อาคารมหาจักร ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
? 0-2716-8393??? 0-2319-1363???
?
?
?
MITSUTA (บริษัท มิตซูต้า (ประเทศไทย) จำกัด)
?
12/8 หมู่ 8 ถนนลำลูกกา ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150
? 0-2533-2883-4??? 0-2997-3372???
?
?
?
MORNING STAR (บริษัท ไทยฮีทเอ็กซ์เซ้นจ์ จำกัด (มหาชน))
?
1364 ถ. รามคำแหง แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. 10250
? 0-2319-1911-5??? 0-2318-2655???
?
?
?
PANASONIC (บริษัท พานาโซนิค เอ. พี. เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด)
?
18/6 หมู่ 7 ถ. บางนา-ตราด กม.17 ต. บางโฉลง อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ 10540
? 0-2312-7148??? 0-2312-7165-7???
?
?
?
SAIJO-DENKI (บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด)
?
12, 14, 16, 18 ซอยจุฬาฯ 12 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
? 0-2611-6222??? 0-2214-0164, 0-2215-5936???
?
?
?
SAMSUNG (บริษัทไทยซัมซุงอิเล็กโทรนิคส์ จำกัด)
?
195 ถ.สาธรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพฯ 10120
? 0-2695-9127, 0-2695-9129????
?
?
?
SHARP (บริษัท ชาร์ป เทพนคร จำกัด)
?
ชั้น 11 (โซน ซี), ชั้น 12 อาคารรามาแลนด์ 952 ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. 10500
? 0-2638-3500??? 0-2638-3900???
?
?
?
STAR-AIRE (บริษัท สตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด)
?
32/5-8 หมู่ 5 ถ.ติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
? 0-2961-9620-6??? 0-2961-9629???
?
?
?
SUN-AIRTECH (บริษัท แอร์อิมเมจ กรุ๊ป จำกัด)
?
30/47 ถ.ลำลูกกา ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150
?
SUPREME (บริษัท ซี.เอ็น.อี.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด)??
91/42 ม.4 สุขุมวิท 105 ถ.สุขุมวิท บางนา พระโขนง กทม. 10260?
?0-2398-2929, 0-2749-8178, 0-2743-3319?? 0-2743-3318????
?
?
TASAKI (บริษัท ไทยทาซากิ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด)??
73/12-14 หมู่ 4 ถนน เทพารักษ์ กม. 11 บางพลีใหญ่ บางพลี สมุทรปราการ 10540?
?0-2385 5848, 0-2755 4488?? 0-2757 5475????
?
?
TRANE (บริษัท เทรน(ประเทศไทย))??
ชั้น 7 อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ 2 สุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110?
?02-656-8777?? 0-2656-8778????
?
?
UNI-AIRE (บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ป)??
33/1 หมู่ 3 ถ.กิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540?
?0-2312-4278, 0-2312-4263-76?? 0-2312-4277????
?
?
YORK (บริษัท ยอร์ค แอร์คอนดิชั่นนิ่ง แอนด์ รีฟริคเจเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด)??
81-89 ซ.อ่อนนุช 64 ถ.อ่อนนุช สวนหลวง สวนหลวง กทม.?
?0-2721-0500, 0-2721-0500?? 0-2721-1590-4, 0-2721-1590-4???
?
?
การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ (Maintenance)
การทำความสะอาดภายในโดยช่างผู้ชำนาญ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่อาจไม่บ่อยเท่ากับการทำความสะอาดด้วยตนเอง โดยอาจจะทำ 3-6 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และการใช้งาน การล้างภายในต้องใช้ช่างผู้ชำนาญเนื่องจากต้องมีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้น เช่นถอดถาดน้ำทิ้งมาล้างเพื่อให้น้ำทิ้งไหลได้สะดวก และใช้ปั๊มน้ำแรงสูงฉีดทำความสะอาดแผงคอยล์
การตรวจเช็คสภาพ เป็นการตรวจเช็คระบบทั่วไป ซึ่งโดยมากแล้วจะทำพร้อมกับการล้างภายในโดยช่างผู้ชำนาญ
? วัดความดันน้ำยาในระบบว่าเพียงพอหรือไม่
? ตรวจระบบไฟฟ้า เช่นสภาพของสายไฟ
? หยอดน้ำมันมอเตอร์พัดลมทั้งที่คอยล์ร้อน และคอยล์เย็น
? ตรวจสอบและซ่อมแซมฉนวนหุ้มท่อน้ำยาที่เชื่อมต่อระหว่าง คอนเดนซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิต
ที่มา air-thai.com
ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างไรให้ประหยัด (Energy Saving)
- เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ทดแทนเครื่องเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำหรือใช้งานมานาน
- ลดความร้อนจากภายนอกที่ผ่านเข้ามายังบริเวณที่ปรับอากาศ โดยผ่านทางผนัง หน้าต่าง หลังคา และพื้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การลดความร้อนผ่านผนัง
1.1 ผนังกระจกที่มีพื้นที่กระจกใส เป็นพื้นที่ที่ความร้อนสามารถผ่านเข้ามาในห้องได้มากที่สุด ควรป้องกันความร้อนดังนี้
- ใช้เครื่องบังแดดภายในอาคาร
- ใช้กันสาดในแนวตั้งและแนวนอน หรือการหลบแนวหน้าต่างเข้ามาภายใน
- สำหรับกระจกที่หันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ควรติดกันสาดในแนวนอน
- ส่วนกระจกที่หันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ควรใช้กันสาดในแนวตั้ง
- ปลูกต้นไม้บังแดดสำหรับกระจกทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
- ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่สีอ่อนบังแดดภายในด้านหลังกระจก โดยเลือกใช้มู่ลี่ชนิดใบอยู่แนวนอนสำหรับสำหรับกระจกทางทิศเหนือหรือทิศใต้ ส่วนกระจกทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกควรใช้กระจกกรองแสงหรือสะท้อนแสง
- พยายามใช้กระจกเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของอาคาร
1.2 ผนังอาคารที่เป็นปูน
- ทาสีด้านนอกด้วยสีขาวหรือสีอ่อน หรือใช้วัสดุผิวมัน เช่น กระเบื้องเคลือบ เพื่อช่วยสะท้อนแสง
- ควรปลูกต้นไม้หรือสร้างที่บังแดด เพื่อให้ร่มเงาแก่ผนัง
- ผนังห้องห้องโดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก ซึ่งไม่มีเงากำบัง เป็นส่วนที่มีความร้อนมาก ควรบุฉนวนกันความร้อนหรือใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น ชั้นหนังสือหรือตู้เสื้อผ้า ตั้งกั้นไม่ให้ความร้อนแผ่เข้ามาในห้องเร็วนัก
1.3 ผนังอาคารที่เป็นไม้ หากมีช่องห่างของไม้มากควรตีผนังด้านในด้วยไม้อัด เพื่อกันการผ่านของความร้อนจากภายนอกเข้ามาในอาคาร
2. การลดความร้อนผ่านหน้าต่าง
2.1 หน้าต่างควรมีเฉพาะทิศเหนือหรือทิศใต้ของอาคาร เพื่อลดการรับแสงแดดโดยตรง
2.2 ต้องพยายามไม่ให้มีรอยรั่วตามขอบประตู หน้าต่าง หรือบริเวณฝ้าเพดาน
2.3 หน้าต่างส่วนที่เป็นกระจก ให้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผนังกระจก
3. การลดความร้อนผ่านหลังคาและฝ้าเพดาน
3.1 หลังคาที่เป็นสังกะสีหรือกระเบื้อง ควรตีฝ้าหรือติดตั้งวัสดุสะท้อนความร้อน หรือบุฉนวนกันความร้อน เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะแผ่เข้ามาในอาคาร
3.2 ถ้ามีช่องว่างระหว่างหลังคากับฝ้ามาก ควรเจาะช่องลมเพื่อระบายอากาศ จะทำให้ประหยัดการปรับอากาศได้
4. การลดความร้อนผ่านพื้น หากเป็นพื้นไม้ควรอุดช่องระหว่างไม้ให้สนิท แอร์จะได้ไม่รั่วออกไป
5. การปรับปรุงห้องในส่วนอื่นๆ อาทิ จัดพื้นที่ในห้องซึ่งไม่ได้ใช้งานประจำ เช่น ตู้เสื้อผ้า ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ อยู่ทางทิศตะวันตก จะช่วยกันความร้อนไม่ให้เข้ามาถึงห้องที่ใช้สอยประจำ คือส่วนนอน ทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าในการปรับอุณหภูมิลงได้
6. การลดความร้อนจากดวงไฟและอุปกรณ์ภายใน
6.1 พยายามใช้แสงธรรมชาติช่วยส่องสว่างภายในอาคาร และควรจะปิดไฟที่ไม่จำเป็น
6.2 ภายในอาคารควรใช้สีอ่อน เพื่อช่วยในการสะท้อนแสง ทำให้ใช้ดวงไฟน้อยลง
6.3 เลือกใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพการส่องสว่างสูง เช่นหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์แทนหลอดไฟแบบมีไส้
6.4 อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนมากควรใช้นอกห้อง เช่น เตารีด เครื่องปิ้งขนมปัง หรือกาต้มน้ำ
?
?
ที่มา air-thai.com
การใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างถูกวิธี (Instructions)
ควรปิดประตูหน้าต่างและผ้าม่านให้มิดชิด ก่อนเปิดเครื่องและระหว่างใช้งาน ไม่ควรให้ความร้อนเข้ามาเพราะจะทำให้เครื่องทำงานหนักและกินไฟ- ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ไม่เย็นจัดจนเกินไป โดยทั่วไปเวลานอนควรตั้งที่ 26 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเวลาทำงานก็ประมาณ 24 องศาเซลเซียส
- เริ่มต้นเปิดเครื่องอาจปรับระดับความเร็วลมที่ความเร็วสูง (High) ก่อนเพราะจะทำให้เย็นเร็ว พอเย็นได้ที่แล้วควรปรับลดไปที่ความเร็วต่ำ (Low)
- อย่าให้มีสิ่งกีดขวางทางลมทั้งที่แฟนคอยล์ยูนิต และคอนเดนซิ่งยูนิต เพื่อการระบายลมที่สะดวก
?
ที่มา?: ?air-thai.com
เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างไร (Operation)
ก่อนที่จะเริ่มทำความรู้จักประเภทของเครื่องปรับอากาศ ท่านควรทราบก่อนว่าเครื่องปรับอากาศ 1 ชุดนั้นประกอบด้วย อะไรบ้าง ซึ่งก็คือ
1) แฟนคอยล์ ยูนิต (Fan coil unit) หรือที่เรียกกันว่า ?คอยล์เย็น? หรือ ?Indoor unit? ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนภายในห้อง ซึ่งภายในเครื่องประกอบด้วย แผงคอยล์เย็น และชุดมอเตอร์พัดลม
2) คอนเดนซิ่ง ยูนิต (Condensing unit) หรือที่เรียกกันว่า ?คอยล์ร้อน? หรือ ?Outdoor unit? ทำหน้าที่ระบายความร้อน ซึ่งภายในเครื่องประกอบด้วย คอมเพรสเซอร์ แผงคอยล์ร้อน และชุดมอเตอร์พัดลม
เครื่องปรับอากาศทั่วไปที่ใช้ตามบ้านพักอาศัย และอาคารสำนักงานขนาดเล็ก ซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดแบ่งได้เป็น 6 ประเภทใหญ่ๆดังนี้
1) แบบติดผนัง (Wall type)
2) แบบตั้ง/แขวน (Ceiling/floor type)
3) แบบตู้ตั้ง (Package type)
4) แบบฝังเพดาน (Built-in type)
5) แบบหน้าต่าง (Window type)
6) แบบเคลื่อนที่ (Movable type)
?air-thai.com? ขอนำเสนอรูปแบบ การใช้งาน ข้อดี และข้อเสีย ของเครื่องปรับอากาศแต่ละประเภทดังนี้
1) แบบติดผนัง (Wall type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่มีรูปแบบเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อย เช่น ห้องนอน ห้องรับแขกขนาดเล็ก
ข้อดี:
? รูปแบบทันสมัย และมีให้เลือกหลากหลาย
? เงียบ
? ติดตั้งง่าย
ข้อเสีย:
? ไม่เหมาะกับงานหนัก เนื่องจากคอยล์เย็นมีขนาดเล็กส่งผลให้คอยล์สกปรก และอุดตันง่ายกว่าคอยล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า
2) แบบตั้ง/แขวน (Ceiling/floor type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ตั้งแต่เล็ก เช่น ห้องนอน ไปจนถึงห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น สำนักงาน ร้านอาหาร ห้องประชุม
ข้อดี:
? สามารถเลือกการติดตั้งได้ทั้งตั้งพื้น หรือแขวนเพดาน
? สามารถใช้งานได้หลากหลาย เข้าได้กับทุกสถานที่
? การระบายลมดี
ข้อเสีย:
? ไม่มีรูปแบบให้เลือกมากนัก
3) แบบตู้ตั้ง (Package type) เป็นเครื่องปรับอากาศ ที่มีลักษณะคล้ายตู้ มีขนาดสูง และมีกำลังลมที่แรง เหมาะกับบริเวณที่มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร
ข้อดี:
? ติดตั้งง่าย โดยสามารถตั้งกับพื้นได้เลย ไม่ต้องทำการยึด
? ทำความเย็นได้เร็วเนื่องจากมีเส้นผ่านศูนย์กลางใบพัดลมที่ใหญ่ ซึ่งให้กำลังลมที่แรงกว่า
ข้อเสีย:
? เสียพื้นที่ใช้สอย
4) แบบฝังเพดาน (Built-in type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่เน้นความสวยงามโดยการซ่อน หรือฝังอยู่ใต้ฝ้าหรือเพดานห้อง เหมาะกับห้องที่ต้องการเน้นความสวยงาม โดยที่ต้องการให้เห็นเครื่องปรับอากาศน้อยที่สุด
ข้อดี:
? สวยงาม โดยสามารถทำตู้ซ่อน หรือ ฝังเรียบไว้บนเพดานห้อง
ข้อเสีย:
? ติดตั้งยาก เนื่องจากต้องทำการฝังเข้าตู้ หรือเพดานห้อง
? การดูแลรักษาทำได้ไม่ค่อยสะดวก
5) แบบหน้าต่าง (Window type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่รวมทั้ง คอนเดนซิ่ง ยูนิต และ แฟนคอยล์ ยูนิต อยู่ในเครื่องเดียว ซึ่งสามารถติดตั้งโดยการฝังที่กำแพงห้องได้เลย โดยที่ไม่ต้องเดินท่อน้ำยา ดังนั้นการติดตั้งจึงต้องติดตั้งบริเวณช่องหน้าต่างหรือเจาะช่องที่ผนังแข็งแรง
ข้อดี:
?ประหยัดพื้นที่เนื่องจากไม่ต้องใช้พื้นที่ติดตั้งคอนเดนซิ่ง ยูนิต
? ติดตั้งง่ายเพราะไม่ต้องเดินท่อน้ำยา
? ประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูงกว่าแบบอื่นๆ เนื่องไม่มีการเดินท่อน้ำยา ทำให้ไม่มีความร้อนแทรกซึมตามท่อน้ำยา
ข้อเสีย:
? มีเสียงดังจากการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนของตัวเครื่องและผนัง
? ถ้าเครื่องมีขนาดขนาดใหญ่เกินไปจะมีปัญหาในการติดตั้ง เพราะบริเวณเพราะบริเวณช่องหน้าต่างไม่สามารถรับน้ำหนักมากได้
6) แบบเคลื่อนที่ (Movable type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่ไม่ต้องทำการติดตั้ง และสามารถเข็นไปใช้ได้ทุกพื้นที่ พูดง่ายๆก็คือสามารถเสียบปลั๊กใช้ได้เลย
ข้อดี:
? ขนาดกะทัดรัด
? ไม่ต้องติดตั้ง
? สามารถเข็นไปได้ใช้ได้ทุกพื้นที่ ทั้งในห้อง และกลางแจ้ง
ข้อเสีย:
? ใช้ได้กับห้องที่มีขนาดใหญ่ไม่มาก
? ประสิทธิภาพการทำความเย็นต่ำกว่า เนื่องจากเป็นระบบเปิดเมื่อนำไปใช้กลางแจ้ง
ที่มา : air-thai.com
หลักเกณฑ์ในการซื้อแอร์,เครื่องปรับอากาศ
1.ควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ เพราะแอร์โนเนมส่วนใหญ่จะมีกำลังความเย็น ( BTU ) น้อยกว่าที่แสดงไว้บนฉลากหรือที่ภาษาช่างแอร์เรียกว่า ไม่เต็มบีทียู เครื่องปรับอากาศจากผู้ผลิตโนเนมส่วนใหญ่มีกำลังความเย็นเพียง 70 ? 80 % ของที่โฆษณาไว้ นอกจากจะมีกำลังความเย็นไม่เต็มบีทียูแล้ว ?แอร์โนเนมยังมีเสียงดังแล้วยังเสียเร็วด้วย
2.ควรเลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ( มอก. ) เพราะได้รับการทดสอบความสามารถในการทำความเย็นแล้ว ซึ่งทำให้ท่านแน่ใจได้ว่าจะได้เครื่องปรับอากาศที่ประหยัดไฟฟ้าและมีประสิทธิภาพเต็มบีทียู นอกจากนี้ควรพิจารณาประกอบกับผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือด้วยเนื่องจากว่าอาจมีผู้ผลิตบางราย ปลอมฉลากเบอร์ 5 ด้วย
3.เลือกใช้เครื่องปรับอากาศของผู้ผลิตที่และผู้แทนจำหน่าย มีบริการหลังการขายที่ดี ข้อนี้เป็นข้อที่มีความสำคัญมากเช่นกันผู้ให้บริการนั้นต้องมีความชำนาญ ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ เพราะนั่นหมายถึงผู้ที่จะดูแลเครื่องปรับอากาศของคุณ จะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดกับปัญหาจุกจิกกวนใจภายหลัง
ที่มา d4service.com