Posts Tagged ‘ธนาคารอาคารสงเคราะห์’
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดศูนย์บริการทางการเงินครบวงจร (OSS) แห่งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม ณ ที่ว่าการอำเภอสามพราน
?ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดดำเนินการศูนย์บริการครบวงจร (OSS) แห่งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม ณ ที่ว่าการอำเภอสามพราน โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม (คุณชนินทร์ บัวประเสริฐ) เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2552 เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับพี่น้องชาวอำเภอสามพรานและพื้นที่ใกล้เคียงในการใช้บริการทางการเงินของธนาคารอย่างครบวงจร พร้อมเปิดให้บริการในวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 15.30 น. Read the rest of this entry »
เมื่อได้แจ้งจากธนาคารว่าได้อนุมัติกู้แล้ว ผู้กู้ควรจะต้องทำอย่างไรต่อไป ?
เมื่อได้รับแจ้งจากธนาคารว่าได้รับอนุมัติกู้แล้ว ผู้กู้ควรดำเนินการต่อไป ดังนี้
??????? 1)? ผู้กู้จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เพื่อมาลงนามในสัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง พร้อมทั้งนัดวันไปทำ นิติกรรมจำนองที่สำนักงานที่ดิน ในกรณีที่ นัดวันแล้ว หากมีเหตุจำเป็นไม่อาจจะไปดำเนินการตามวันที่นัดไว้ได้ ผู้กู้ก็สามารถ แจ้งเลื่อนนัด และขอนัดวันทำสัญญากับธนาคารใหม่ได้
??????? 2) ในวันจดทะเบียนจำนองที่สำนักงานที่ดิน ผู้กู้ ผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินจะไปพร้อมกันที่สำนักงานที่ดิน ที่หลักทรัพย์ตั้งอยู่ในเขต ทั้งนี้ ผู้กู้จะต้องเตรียมเงินเป็นค่าจดทะเบียนจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิและนิติกรรมร้อยละ 2.5 ของราคาซื้อขายหรือ ราคาประเมินของกรมที่ดิน (โดยทั่วไปผู้ขายมักจะเป็นผู้จ่าย เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น)
???????? 3)? เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่สถาบันการเงินจะจ่ายเงินกู้ให้กับผู้กู้ เป็นแคชเชียร์เช็ค เพื่อให้ผู้กู้จ่ายเงินคงเหลือ ให้กับเจ้าของโครงการ หรือผู้ขายต่อไป
??????? 4)? เมื่อได้รับเงินกู้แล้ว ผู้กู้ ก็จะต้องมีภาระในการผ่อนชำระเงินงวดทุกเดือน ภายในเวลาที่กำหนด เช่น ก่อนวันสิ้นเดือน ทั้งนี้อาจชำระเป็นเงินสด หรือให้ธนาคารหักจากบัญชีเงินฝากของตนก็ได้?
ที่มา : ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธนาคารแข่งขันกันปล่อยกู้มาก ควรจะเลือกกู้ซื้อบ้านจากธนาคารไหนดี ?
จะกู้เงินซื้อบ้านจากสถาบันการเงินไหนดี ??
?
???????? ผู้ซื้อบ้าน โดยทั่วไป มักจะไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะชำระค่าบ้าน ดังนั้นเมื่อได้ตัดสินใจซื้อบ้านโดย ชำระเงินดาวน์ ประมาณ 20-30% ของราคาแล้ว เงินก้อนใหญ่ที่เหลือประมาณอีก 70-80% ที่จะจ่ายให้ กับเจ้าของโครงการหรือ ผู้ขายก็จะต้องไปขอกู้จาก สถาบันการเงินประเด็น ก็คือ จะไปขอกู้เงินที่ไหนดี ?
??????? เนื่องจาก มีธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆจำนวนมาก ที่แข่งขันกันปล่อยกู้ กรณีที่ผู้ซื้อ ซื้อบ้านใหม่ จากโครงการจัดสรร หรือซื้อผ่านบริษัทตัวแทนนายหน้า ทางบริษัทเหล่านี้ มักจะติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นแหล่งสินเชื่อให้เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับลูกค้า ในการกู้เงิน ซึ่งส่วนใหญ่สถาบันการเงินนี้ ก็คือ ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุนที่สนับสนุนทางการเงินในการ พัฒนาโครงการ นั่นเองหากจะถือเอาความง่าย สะดวกรวดเร็วผู้ซื้ออาจขอกู้จากสถาบันการเงินที่ผู้ขายจัดบริการไว้ก็ได้ โดยผู้ขายมักจะให้ใบตาราง การกู้เงิน (หรือโบรชัวร์จากธนาคาร) แก่ผู้ซื้อพิจารณา ซึ่งระบุจำนวนเงินดาวน์ และจำนวนเงินที่จะขอกู้ จากธนาคาร ว่าถ้ากู้เงิน จำนวนเท่าใด ระยะเวลาเท่าใด (10 ปี 15 ปี 20 ปี เป็นต้น) อัตราดอกเบี้ยเท่าใด จะผ่อนเดือนละเท่าใด แต่ผู้ซื้อ ก็ไม่จำเป็นต้องไปกู้ จากธนาคารที่เขาติดต่อไว้ให้ก็ได้หากเห็นว่าอัตราดอกเบี้ย เงินกู้สูงกว่าธนาคารอื่นหรือสามารถ กู้ได้ในวงเงินที่น้อยไปหรือธนาคารมี การคิดค่าใช้จ่ายอื่นๆเกี่ยวกับ การขอกู้เพิ่มเติมมากกว่าที่อื่น เช่น ค่าประเมินหลักประกัน ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ค่าไถ่ถอนจำนอง ก่อน กำหนด เป็นต้น ทั้งนี้ เพราะผู้กู้มีสิทธิเต็มที่ ที่จะเลือกกู้จากธนาคารใดก็ได้ ตามที่ตน เห็นว่าเหมาะสมและจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ ตนในการกู้เงิน เพื่อซื้อบ้าน
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ห่างกัน 1-2% มีความหมายมากน้อยเพียงใด ?
ในปัจจุบัน เงินกู้ที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินต่างๆจะแตกต่างกัน โดยอัตราดอกเบี้ยลอยตัว มีตั้งแต่ 4.50-5.25% และอัตรา ดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี ประมาณ 3.50-3.75% ประเด็นคำถามมีว่าอัตราดอกเบี้ยห่างกันเพียง 1-2% จะมีความหมายหรือไม่ จะช่วยให้ ผู้กู้ประหยัดเงินได้มากน้อยเพียงใด อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ นับว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อเงินงวดหรือค่าผ่อนชำระต่อเดือนอย่างมาก
ธนาคารให้กู้ได้นานตั้งแต่ 10-15-20-25-30 ปี ควรจะกู้นานที่สุดดีหรือไม่ ?
เมื่อผู้ซื้อบ้านคิดจะกู้เงิน มักคิดตั้งคำถามกับตนเองเสมอว่าจะกู้นานกี่ปีดี จะกู้สั้นหรือจะกู้ยาวดีกว่า โดยหลักแล้วควรจะถือตาม พุทธสุภาษิตว่า “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” เพราะการเป็นหนี้หมายถึงการมีภาระผูกพันต้องจ่ายคืนหนี้และต้องจ่ายดอกเบี้ย ให้กับผู้ให้กู้
????????ดังนั้น หากผู้กู้มีความสามารถที่จะชำระคืนเงินกู้ได้เร็วที่สุด ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะจะทำให้ผู้กู้เป็นอิสระ หลุดพ้นจากความเป็นหนี้เร็วขึ้น และจะเป็นเจ้าของบ้านที่มีความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้กู้บางท่านที่ต้องการวงเงินกู้ค่อนข้างสูง ในขณะที่ความสามารถในการผ่อนชำระค่อนข้างต่ำ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็จำเป็นต้องขยายเวลากู้ออกไปให้นานที่สุด เป็น 25-30 ปี เพื่อที่จะให้เงินงวดลดลงจนถึงจุดที่สามารถผ่อนชำระได้
????????ทั้งนี้ เพราะในวงเงินกู้เท่ากัน อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน ยิ่งใช้เวลาผ่อนนานมากขึ้น เงินงวดก็จะยิ่งลดลง ตัวอย่างเช่น กู้เงิน 1,000,000 บาท ระยะเวลากู้ 20 ปี อัตราดอกเบี้ยลอยตัว 8% ต่อปี ค่าผ่อนชำระเงินงวด ดังนี้
นอกจากการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว ผู้กู้สามารถกู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยอื่นๆอย่างไรบ้าง ?
? นอกจาก “การกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย” อันได้แก่ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือซื้ออาคารชุดแล้ว ผู้กู้สามารถขอกู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยอื่นๆอีกหลายประการ ได้แก่
??????? 1)?? เพื่อซื้อที่ดินเปล่า เพื่อการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยของตนในอนาคต
??????? 2)?? เพื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง
??????? 3)?? เพื่อต่อเติม หรือซ่อมแซมอาคารของตน
??????? 4)?? เพื่อชำระหนี้ที่เกี่ยวพันกับที่อยู่อาศัย
??????? 5)?? เพื่อไถ่ถอนหนี้ที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น
???????? โดยทั่วไป “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ที่สถาบันการเงินต่างๆปล่อยให้กับผู้กู้รายย่อยมักจะครอบคลุมสินเชื่อต่างๆ ดังกล่าวมานี้
ที่มา : ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธอส.ประกาศอุ้มคนกู้บ้าน
โพสต์ทูเดย์ 07-11-2008
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จะเร่งมาตรการดูแลสภาพคล่องของลูกค้าเพื่อเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยลูกค้าของธนาคาร ที่ได้มีการขอสินเชื่อและผ่อนชำระแล้วบางส่วน หากมีปัญหาการผ่อนชำระเงินในช่วงนี้ ธนาคารพร้อม จะปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมให้เท่ากับ วงเงินของสินเชื่อในครั้งแรก
นอกจากนี้ ธนาคารจะปรับอัตราดอกเบี้ยจากลอยตัวมาเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ โดยจะคิดค่าธรรมเนียมบ้าง แต่จะยกเว้นให้พิเศษสำหรับรายที่เดือดร้อนมาก แต่ต้องเป็นรายๆ ไป นายขรรค์ กล่าวว่า มาตรการดูแลสภาพคล่องของธนาคารในช่วงที่ผ่านมานั้นพบว่า สภาพคล่องในระบบหายไปมาก เพราะการแข่งขันระดมเงินฝากด้วยการยอมจ่ายเงินฝากในอัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้ ธอส.ต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อรักษาฐานเงินฝากในเดือน ธ.ค. นี้ ?เราต้องสู้ไม่ให้โดนแย่งเงินฝากไป เพราะลูกค้าย้ายเงินฝากระยะสั้นไปหาที่ที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยจะออกผลิตภัณฑ์เงินฝากระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน และให้ดอกเบี้ยสูงในลักษณะเดียวกันกับธนาคารออมสินที่เคยระดมเงินฝาก 3 เดือนแล้วให้ดอกเบี้ย 4.25%? นายขรรค์ กล่าว นอกจากนี้ ธอส.ยังมีแผนออกพันธบัตรในกลางเดือน พ.ย. นี้ วงเงิน 3,000-4,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนพันธบัตรเดิมที่จะครบกำหนดในช่วงเวลาดังกล่าว
นายขรรค์ยังชี้แจงผลประกอบการรอบ 9 เดือน ว่ามีกำไรสุทธิ 1,700 ล้านบาท และมีการตั้งสำรองตามมาตรฐาน IAS39 จำนวน 5,800 ล้านบาท คาดว่าในสิ้นปีจะตั้งสำรองได้ 8,000 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 1.5 เท่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องการให้กระทรวงการคลังยืดระยะเวลาการตั้งสำรองให้กับ ธอส.ออกไปเป็นปี 2555 เพื่อให้การดำเนินงานของ ธอส.มีความคล่องตัวมากขึ้น ไม่ต้องสำรองจำนวนมากในเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา มีหนี้เสียอยู่ 11.48% หรือประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเริ่มลดลงในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ประมาณ 3,000 ล้านบาท หลังจากที่เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากได้เปลี่ยนระบบบัญชีจาก
การนับแบบงวดมาเป็นรายวัน นายขรรค์ กล่าวว่า สำหรับปี 2551 คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 8 หมื่นล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 9.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว และปี 2552 ได้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อไว้เพียง 7.3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น