Archive for มีนาคม, 2009
HOME LIGHTING OR LIGHTING FOR RESIDENTIAL
หมายถึง การออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในบ้าน ความหมายแรกๆคือ การกำหนดแสงสว่างเพื่อการมองเห็นและการใช้สอย ความหมายต่อมาคือ แสงสว่างเพื่อการตกแต่งให้เกิดบรรยากาศและความสวยงาม ทั้งสองความหมายนี้ คือหัวใจสำคัญของการกำหนดแสงสว่างสำหรับบ้าน แนวความคิดหลักในการกำหนดแสงสว่างกับตัวบ้าน แบ่งได้ 3 ประเด็นใหญ่ คือ
1. ระบบสายไฟฟ้าจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน
คือ ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงและไฟฟ้าภูมิภาคที่เดิน สายมายังเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน จากนั้นเราก็ดึงไฟฟ้านั้นเข้ามาใช้ภายในบ้าน โดยผ่านเครื่องวัด (การใช้) กระแสไฟฟ้า ซึ่งเข้าใจกันง่ายๆว่า “มิเตอร์”
2. ระบบสายไฟฟ้าภายในบ้าน
ตามปกติหากเป็นบ้าน ตั้งแต่สองชั้นขึ้นไป เรามักจะเดินระบบสายไฟแยก เป็นแต่ละชั้น และแต่ละชั้นนั้นจะมีแผงควบคุมวงจรไฟฟ้า
3. ระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้าสำหรับใช้สอย
คือดวงโคม หลอดไฟ ปลั๊กไฟฟ้า และสวิตช์เปิด-ปิดไฟ ฟ้า นอกจากนี้ ยังรวมถึงระบบสายโทรศัพท์ โทรทัศน์ สัญญาณดาวเทียม ระบบการติดต่อภายใน (INTER-COM)
???? ในการกำหนดขั้นต้นเราจะใช้ความสว่างปกติสำหรับห้องทั่วไป และเพิ่มความสว่างเฉพาะจุดที่จะใช้งาน เช่น ในห้องทำงานเราจะมีไฟโคมไฟโป๊ะส่องในพื้นที่ (โต๊ะ) ที่ทำงาน ในห้องที่ต้องการโชว์ของตกแต่งหรือช่องทางเดิน เราก็ใช้ไฟส่องให้เด่นขึ้น ในห้องน้ำก็ใช้ไฟปกติ และเพิ่มเฉพาะบริเวณกระจกเงา ความต้องการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพของกิจกรรม ซึ่งพอจะแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
1. แสงสว่างปกติ ใช้กับห้องทั่วไป
แสงสว่างที่ใช้ปกตินั้นถ้าคิดจากพื้นที่ห้อง 9 – 12 ตารางเมตร เราจะใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ขนาด 20 วัตต์ 1 ดวง ถ้าเป็นหลอดอินแคนเดสเซนต์ (หลอดกลมไฟสีชา) จะใช้อย่างน้อย 40 วัตต์และขนาด 60 วัตต์เป็นขนาดปกติ ถ้าห้องใหญ่กว่านี้ก็จะใช้หลอดมากขึ้น ตามรูปร่างของห้อง Read the rest of this entry »
ชนิดของหลอดไฟ กับการใช้งาน
หลอดไฟนอกจากจะส่องสว่างแล้วยังมีการออกแบบแสง สี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการมองและ บรรยากาศภายในบ้านตามความต้องการได้อีกด้วย เช่น
หลอดเดย์ไลท์ (Daylight)
ให้แสงที่มีอุณหภูมิสีใกล้เคียงกับแสงแดด ทำให้เราสามารถมองเห็นวัตถุเหมือนกับที่เรามองเห็นได้ในตอนกลางวัน
หลอดวอร์มไวท์ (Warm White)
จะให้แสงสีที่ค่อนไปในโทนอุ่น คือสีเหลืองปนแดง มักใช้เป็นแสงไฟสำหรับเสริมบรรยากาศตามห้องต่าง ๆ เช่น ห้องนั่งเล่น หน้องอาหาร เป็นต้น
หลอดคูลไวท์ (Cool White)
แสงที่ได้จากหลอดชนิดนี้มีลักษณะค่อนช้างเป็นธรรมชาติ โทนสีจะอยู่ระหว่างหลดเดย์ไลท์และวอร์มไวท์ มักใช้กับส่วนทำงาน สถานที่สาธารณธและร้านค้าทั่ว ๆ ไป
หลอดไฟแบล็คไลท์ (Black Light) Read the rest of this entry »
ปลูกดอกไม้อย่างไรให้ได้ดอกงาม
ขั้นตอนการดูแลบำรุงรักษาไม้ดอกให้ได้ดอกสวยงาม
????? ก่อนอื่นควรศึกษา ตั้งแต่แรกว่าดอกไม้ที่จะปลูกนั้นมีลำต้น หรือลักษณะอย่างไร กล้าพันธุ์ต้องดี ตำแหน่งการปลูก และเป็นพืชที่ปลูกชอบสถาพอากาศ และพื้นที่อย่างไร ชอบน้ำมากไหม
????? การรดน้ำ ไม่จำเป็นต้องรดกันเช้า – เย็น เพียงแค่อย่าให้ต้นไม้ได้น้ำมากหรือ น้อยเกินไป ใส่ปุ๋ยเดือนละ 1 – 2 ครั่ง โดยให้ทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง ปุ๋ยบำรุงดอก ควรเป็นสูตร 8-24-21 หรือ 12-24-12
????? นอกจากนี้ต้องใจเด็ด ตัดกิ่งแห้ง และกิ่งที่เป็นโรคไปทำลายเสีย แต่งพุ่มให้โปร่ง ให้แสงแดดได้ทั่วถึงรวมทั้งหมั่นมาดูแลกันบ่อย ๆ ถ้าเริ่มมีโรค แมลง หรือ อาการผิดปกติ จะได้แก้ไขทันการ Read the rest of this entry »
เทคนิคการดูแลต้นไม้ และจัดสวน แมกไม้ในบ้านคุณ
บ้านคุณนั้นจะสวยงามร่มรื่น ดูมีชีวิตชีวาได้ด้วยสิ่งประกอบหลายอย่างนอกเหนือไปจากเครื่องเรือน ส่วนจะเลือกไม้ประดับไปวางไว้ในที่ใดนั้นลองหมายตาที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
หน้าต่าง
ถ้าบ้านคุณมีขอบหน้าต่างพอวางกระถางต้อนไม้นับแต่ขนาดเล็กไป จนถึงขนาดใหญ่ได้ ก้อสบายมาก เพราะตรงหน้าต่างเป็นที่แสงแดดส่องถึงมีแสงสว่าง และความชื้น อย่างพอเหมาะ เท่านี้ต้นไม้ก็จะเจริญเติบโตอยู่ได้นานแสนนาน อยากแนะนำ ว่านหางจระเข้ และสาวน้อยประแป้ง
กั้นระหว่างห้อง
การนำเอาไม้ประดับมาวางเป็นที่กั้นห้องไปเลย คือ สามารถช่วยแบ่งห้องเป็นสัดส่วนขึ้น เช่น ระหว่าง ห้องรับแขกกับห้องกินข้าวซึ่งอยู่ในห้องเดียวกัน คุณสามารถหาไม้ประดับบางประเภทมาวาง เข่น ไม้ประดับขนิดไม้เลื้อยประเภท ฟิโลเดนดรอน ซึ่งบ้านเราเรียกต้น เงินไหล หรืออาจจะเอาพลูด่างมาพันเลื้อยกาบมะพร้าว แล้วแซมด้วยเฟิร์นใบมะขามพอสวยก้อใช้ได้ค่ะ ข้อสำคัญคืออย่ารดน้ำมากเกินไป หรือปล่อยให้แห้งแล้งเกินไป Read the rest of this entry »
การกำหนดระยะเวลาในการผ่อนชำระบ้าน
เนื่องจากระยะเวลาในการผ่อนชำระจะมีผลต่อเราโดยตรงนั่นก็คือเรื่องดอกเบี้ยตามที่เพื่อนๆทราบครับ เพราะฉะนั้นการกำหนดระยะเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญแค่เราควรจะพิจารณาจากอะไรบ้าง ผมมีข้อแนะนำเบื้องต้นมาให้เพื่อนๆลองพิจารณาครับ
ประการแรก เราต้องทราบวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อก่อนครับ เพราะทางธนาคารจะใช้วัตถุประสงค์ของเราในการพิจารณาประเภทของสินเชื่อ ซึ่งก็จะมีผลต่อระยะเวลาในการผ่อนครับ ในกรณีของการซื้อบ้านนั้นก็ควรเป็นแบบระยะยาวครับ อันนี้ไม่ต้องคิดมากครับ เรามาดูข้อต่อไปกันได้เลยครับ
ประการที่สองก็คืออายุของผู้ขอสินเชื่อครับ อายุของเรานั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ธนาคารพิจารณาครับ หากเราอายูมากแล้ว แล้วการผ่อนชำระจะต้องกินเวลานานเกินไปจนเราไม่สามารถทำงานได้ ธนาคารคงไม่สามารถให้สินเชื่อเราได้ แต่หากเรายังมีเวลาในการทำงานอีกนานและต้องมีรายได้ในระดับหนึ่งก็คงมีความเป็นไปได้สูงครับ
ต่อมาก็คือเรื่องรายได้ของเราครับ มันเป็นปัจจัยที่ต่อเนื่องมาจากอายูเพราะธนาคารจะกำหนดให้ค่างวดนั้นไม่เกิน35%ของรายได้ทั้งหมด ดังนั้นหากเราต้องการจะผ่อนน้อยปี เราเองก็ต้องมีรายได้ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดนี้ครับ หากรายได้เราไม่มากพอเราเองก็ต้องยอมเข้าใจและใช้เวลาผ่อนให้นานขึ้นครับ
อีกเรื่องก็คือภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนครับ ดังที่กล่าวมาแล้วครับว่า 35% ของรายได้คือข้อกำหนดที่ธนาคารใช้เป็นมาตรฐาน ดังนั้นเราจะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายทั้งในปัจจุบันและอนาคตครับ หากวันหนึ่งรายจ่ายต้องเพิ่มขึ้น เราจะสามารถรับภาระค่างวดได้หรือไม่ จึงต้องวางแผนให้รัดกุมนะครับ
ระยะเวลาในการผ่อนชำระนั้นไม่ได้จำเป็นว่าหากใช้เวลาน้อนแล้วจะดีเสมอไปนะครับ เพราะภาระในแต่ละเดือนจะต้องมากพอสมควร และการที่เลือกผ่อนนานเกินไปเพราะคิดว่าภาระในแต่ละเดือนไม่มากนั้นก็เป็นความคิดที่ไม่สมควรนะครับ เพราะดอกเบี้ยก็จะมากขึ้นๆครับ Read the rest of this entry »
ทำอย่างไรดีกับการวางแผนการเงินเพื่อบ้านในฝัน
มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวด้านการเงินก่อนตัดสินใจซื้อบ้านครับ สำหรับคนทำมาหากินทั่วๆไปอย่างผมแล้ว การซื้อบ้านถือเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสพอสมควรครับ? ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นสำหรับคนที่ไม่มีเงินก้อนหรือไม่สามารถนำเงินก้อนที่มีมาใช้ได้ สินเชื่อจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะกำหนดว่าฝันจะเป็นจริงหรือไม่
สิ่งที่เราควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจขอสินเชื่อมีมากมาย ในที่นี้ผมขอยกมาอธิบายเฉพาะ4เรื่องหลักๆที่ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆธรรมดาๆ แต่อย่าประมาทนะครับ เพราะผู้ที่ต้องสูญเสียบ้านไปเพราะไม่เตรียมตัวให้ดีและประมาทก็มีให้เห็นมากมายครับ
สิ่งแรกที่เราควรรู้คือวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อครับ เพราะสินเชื่อมีหลายประเภทและใช้เวลาในการผ่อนชำระรวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันครับ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่พักอาศัย ซึ่งประเภทของสินเชื่อที่แยกย่อยไปอีกหลากหลาย หากเลือกผิดประเภท หรือเลือกด้วยความเข้าใจผิด อาจทำให้เราต้องเสียเงินมากกว่าปรกติได้ครับ สินเชื่อเพื่อที่พักอาศัยถือเป็นสินเชื่อระยะยาว เพราะใช้เวลาผ่อนชำระหนี้ตั้งแต่5ปีถึง30ปีแล้วแต่ฐานะการเงินของแต่ละคนครับ
สิ่งที่สองที่อยากแนะนำคือการมีความพร้อมเรื่องรายได้ และความมั่นคงในหน้าที่การงาน หรือการทำธุรกิจ เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่หน่วยงาน ธนาคารและบริษัทเงินทุนต่างๆใช้เป็นคุณสมบัตสำคัญในการตัดสินว่าเราสมควรได้รับสินเชื่อหรือไม่ ประวัติทางการเงินที่ดีก็มีส่วนช่วยให้เราได้สินเชื่อง่ายขึ้นครับ กลับกันหากเรามีหนี้สินมากมาย หรือมีประวัติทางการเงินที่ไม่ดีนัก โอกาสที่จะถูกปฏิเสธย่อมมีมากแน่นอนครับ Read the rest of this entry »
เทรนด์บ้าน ลดโลกร้อน
คนไทยต้องเผชิญปัญหาบ้านเมืองที่ร้อนระอุ เศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะเงินเฟ้อจนสตางค์ในกระเป๋าอ่อนค่าลง เป็นปัญหารุมเร้าภายใน ทั้งต้องเผชิญสิ่งแวดล้อมระดับโลก ชนิด ‘โลกร้อน’ (Global Warming) เป็นกระแสให้คนและสังคมต้องมีส่วนช่วยกันลดโลกร้อน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปกว่านี้
???? โดยเฉพาะกลุ่มคนรักธรรมชาติ สายลม แสงแดดที่มีคุณค่า น่าจะชอบอกชอบใจ เพราะที่มลรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา คริสต์ศักราชนี้ ร่วมกันรณรงค์ให้โลกมีชีวิตที่ยืนยาวในการใช้ ‘ธรรมชาติ’ เป็นทางเลือกด้าน ‘พลังงาน’ ด้วยการติดตั้ง ‘เซลล์แผงพลังงานสุริยะ’ ในชุมชนแห่งหนึ่งในเมืองโบลเดอร์ ใช้ผลิตพลังงานให้ชาวบ้านร้านตลาด เป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์คิดเป็นครึ่งหนึ่งของพลังงานที่ใช้ทั้งหมดในชุมชนเลยทีเดียว
???? ความคิดนี้นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืนในมลรัฐโคโลราโด เนื่องจากทางรัฐมีแผนก่อสร้าง ‘ชุมชนรักษ์โลก’ ที่พึ่งพาเพียงพลังงานทดแทนในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ (ราวเดือนกันยายน-พฤศจิกายน) เชื่อว่าบ้านที่พักอาศัย ตามที่วางแผนไว้ หากสร้างเสร็จจะกลายเป็นชุมชนรักษ์โลกแห่งใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
???? โดยความพิเศษของชุมชนนี้อยู่ที่แผงพลังงานสุริยะและระบบพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานทดแทนหล่อเลี้ยงทุกหลังคาเรือน ไม่ต้องพึ่งทรัพยากรสิ้นเปลืองหรือทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป เช่น น้ำมัน ถ่านหินแม้แต่น้อย ถึงกระนั้น ผู้อยู่อาศัยก็ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนนิสัยตนเอง ให้มีการใช้พลังงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการใช้พลังงานของคนอเมริกันด้วย จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชุมชนรักษ์โลกอย่างแท้จริง Read the rest of this entry »
วิธีรับมือกับปัญหาดินรอบบ้านทรุด
วิธีรับมือกับปัญหาดินรอบบ้านทรุด
วิธีรับมือกับดินรอบบ้านทรุด ผมแนะนำว่า ควรใช้วิธีทำครีบห้อยใต้คานคอดิน หรือ ทำคานอีกตัวที่ระดับที่ใต้คานคอดินก่ออิฐทำผนังขึ้นมาชนคานคอดิน ตามรูปข้างล่าง
ระดับความลึกของครีบห้อยใต้คานคอดิน หรือคานรับผนังอิฐใต้คานคอดิน เป็นไปตามที่ผู้ออกแบบกำหนด ซึ่งจะพิจารณาจากอัตราการทรุดตัวของดินบริเวณนั้น และคิดถึงงานระบบต่างๆ
เมื่อตกแต่งผิวของครีบห้อยแล้วเสร็จ (ควรทำผิวตกแต่งให้ลึกกว่าผิวดิน มากน้อยตามผู้ออกแบบ เพื่อเวลาดินทรุด จะได้ดูยังดี) การถมดินปลูกหญ้าถึงระดับกำหนด ให้เว้นดินถมอย่าให้ชนผนังที่ทำไว้ ใส่กรวดหรือทรายเอาไว้กันดิน กว้างตลอดแนวราวสิบเซ็น ไม่ให้ดินถูกผิวผนัง เพราะเวลาดินทรุดตัว มันจะเป็นคราบติดผนัง ล้างออกยาก
นานไปหลายๆ ปี พอดินทรุดลงไปมาก ก็ให้ถมดินเติมยกระดับ เพราะดินทรุดรอบบ้าน ขึ้นลงลำบาก การถมดิน พื้นส่วนที่ชิดตัวบ้าน ให้ใช้ทรายถม ถ้าเกิดโพรง ให้เอาน้ำฉีดไล่ทรายเข้าไปในโพรงใต้บ้านได้ส่วนหนึ่ง พื้นที่ห่างออกมาใช้ดินถมโดยยังคงเว้นช่องสิบเซ็นใส่กราดทรายเช่นเดิม Read the rest of this entry »
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การควบคุมการก่อสร้างอาคาร
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522
หมวด 7 แนวอาคารและระยะต่างๆ (เฉพาะอาคารที่พักอาศัย ห้องแถว ตึกแถวและอาคารพาณิชย์)
ข้อ 69 ห้ามมิให้บุคคลใดปลูกสร้างอาคารหรือส่วนของอาคารยื่นออกมาในหรือเหนือทางหรือที่ดินสาธารณะ
ข้อ 70 ตึกแถว ห้องแถว อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารสาธารณะที่ได้ร่นแนวห่างจากจากเขตทางสาธารณะไม่เกิน 2.00 เมตร ท้องกันสาดของพื้นชั้นแรกต้องสูงจากระดับทางเท้าที่กำหนด 3.25 เมตร ระเบียงด้านหน้าอาคารมีได้ตั้งแต่ระดับชั้นที่สามขึ้นไป และยื่นได้ไม่เกินส่วนยื่นสถาปัตยกรรม
ห้ามระบายน้ำจากกันสาดด้านหน้าอาคารและจากหลังคาลงในที่สาธารณะหรือในที่ดินที่ได้ร่นแนวอาคารจากเขตทางสาธารณะโดยตรงแต่ให้มีรางระบายหรือท่อระบายรับน้ำจากกันสาดหรือหลังคาให้เพียงพอลงไปถึงพื้นดินแล้วระบายลงสู่ท่อสาธารณะหรือบ่อพัก
อาคารตามวรรคหนึ่งที่ได้ร่นแนวห่างจากเขตทางสาธารณะเกิน 2.00 เมตร หากมีกันสาด ระเบียง หรือส่วนยื่นสถาปัตยกรรมออกมาในระยะ 2.00 เมตร จากเขตทางสาธารณะจะต้องปฏิบัติตามสองวรรคแรกด้วย
ข้อ 71 ห้ามมิให้ปลูกสร้างอาคารสูงกว่าระดับพื้นดินเกินสองเท่าของระยะจากผนังด้านหน้าของอาคารจดแนวถนนฟากตรงข้าม Read the rest of this entry »
การเตรียมตัวเรื่องงบประมาณสร้างบ้าน
งบประมาณในการรื้อถอนบ้าน
การรื้อถอนบ้านเก่า เราจะต้องเรียกพวกรับรื้อถอน มาตีราคาหลายๆ รายเพื่อเปรียบเทียบราคา แล้วท่านจะพบว่าราคาแต่ละเจ้าต่างกันพอสมควร อันนี้บางทีก็เกี่ยวกับดรรชนีความซื่อสัตย์ของคนที่จะมารับจ้างเราด้วย
วัสดุเก่าในบ้านเราเปลี่ยนเป็นเงิน โดยเราสามารถขายให้คนรื้อถอนเพื่อหักค่าจ้างได้ แต่ก่อนตกลงว่าจ้างต้องคุยกันให้ละเอียดว่าเนื้องานที่จะให้ทำมีเท่าไรมาตรการป้องกันความเดือดร้อนรำคาญสำหรับ บ้านข้างเคียงเป็นอย่างไร ความรับผิดชอบกรณีทำให้ข้างบ้านเสียหาย เป็นต้น แต่ต้องระวังผู้รับเหมารื้อถอนที่เสนองานในราคาถูกๆ เพราะเวลาทำงานจริง ปรากฏว่าไม่มีทั้งความรับผิดชอบ และความเรียบร้อย งานทำไม่เสร็จแอบหมกเม็ดเอาไว้ เช่น ไม่ขุดฐานรากบ้านเก่าทิ้ง เอาดินกลบไว้ก็มี
งบประมาณในการถมดิน
ในการเปรียบเทียบราคา ขั้นแรก เราจะต้องพิจารณาผู้รับเหมาถมดิน จากแหล่งดินที่จะนำมาถมเป็นอันดับแรก ให้สอบถามแหล่งดินที่ผู้รับเหมาถมดินก่อนว่า ใช้ดินจากที่ไหน ให้พิจารณารายที่มีแหล่งดินที่อยู่ในย่านใกล้เคียงกับที่ดินของเรา
การว่าจ้างผู้รับเหมาถมดินเท่าที่เห็น มีสองแบบคือแบบเหมาจ่าย และ แบบตกลงกันเป็นคิวหรือเป็นคันรถ ซึ่งผมขอแนะนำว่าการตกลงกันแบบเหมาจ่าย เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดเพราะ ตรวจสอบจากเนื้องานได้ง่าย
แม้เราจะว่าจ้างถมดินแบบเหมาจ่ายก็ตาม ในขั้นตอนเสนอราคา เรามีวิธีการตรวจสอบราคา ก่อนตัดสินใจดังนี้
- หาข้อมูลกลับไปว่า ถ้าว่าจ้างแบบเป็นคิว หรือ เป็นคันรถ ราคาในการถมพร้อมบดอัด ตกคิวละเท่าไร
- เมื่อได้ราคาต่อคิวแล้ว เรามีวิธีการตรวจสอบปริมาณในการถมดินในที่ดินของเรา ดังนี้ครับ
- แปลงที่ดินของเรา จากตารางวา เป็นตารางเมตร โดยการ เอา 4 คูณจำนวนตารางวา เช่นที่ดิน 100 ตารางวา คูณ 4 จะได้ 400 ตารางเมตร
- ถ้าถมสูง 1 เมตร เอาความสูง คูณ จำนวนตารางเมตร ในที่นี้ คือ เอา 1 x 400 = 400 คิว เผื่อบดอัดด้วยรถแทรกเตอร์ ประมาณ 20 % (80 คิว) ดังนั้นจำนวนดินที่จะใช้จริง คือ 480 คิว
- ถ้าถมสูง 1.5 เมตร เอาความสูง คูณ จำนวนตารางเมตร ในที่นี้ คือ เอา 1.5 x 400 = 600 คิว เผื่อบดอัดด้วยรถแทรกเตอร์ ประมาณ 20 % (120 คิว) ดังนั้นจำนวนดินที่จะใช้จริง คือ 720 คิว
- ดินที่เหมาะที่จะนำมาใช้ถม ควรจะ เป็นดินท้องนา ในกรณีที่ที่ดินที่จะถม มีบ่อ หรือหลุมลึก ควรใช้ทราย เพื่อป้องกันการทรุดตัว เพราะเนื้อทรายละเอียดกว่า
- ระดับที่จะถมตกลงให้ชัดเจน โดยอาจจะทำเครื่องหมายไว้ที่ที่ดินของเรา ส่วนการบดอัดเป็นอย่างไร บดอัดแน่นแค่ไหน
- หลีกเลี่ยงการถมดินหน้าฝน เพราะช่วงหน้าฝนจะทำงานลำบาก และหาดินที่มาถมยาก
งบประมาณสร้างบ้าน
ก่อนเข้าเรื่องงบประมาณประมาณสร้างบ้าน หรือ งบสร้างบ้าน ขอทำความเข้าใจก่อนว่าการว่าจ้างให้ใครสักคนมาสร้างบ้านให้นั้น ท่านทำได้หลายทางเลือก ซึ่งมีทางเลือก ดังต่อไปนี้
จ้างบริษัทรับสร้างบ้าน
จ้างสถาปนิกออกแบบก่อน แล้วหาผู้รับเหมามาประมูลสร้างบ้าน
จ้างผู้รับเหมา ให้ผู้รับเหมาไปหาสถาปนิกมาออกแบบให้
จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อรอง และว่าจ้างผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน มาช่วยดูแล การว่าจ้างให้กับท่าน
สำหรับวิธีการตั้งงบประมาณก่อสร้าง เพื่อการวางแผนทางด้านการเงิน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย ทำได้ดังนี้ Read the rest of this entry »
องค์ประกอบของบ้าน
องค์ประกอบของบ้าน?????
หลักการง่ายๆ ของการออกแบบบ้าน เริ่มต้นจากการออกแบบให้อยู่สบาย โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อม มีการนำพลังงานธรรมชาติทั้งแสงแดดและสายลมมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า การก่อสร้างคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ใช้วัสดุที่ก่อนมลภาวะ
บ้านสุขภาพดี ประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้
อากาศบริสุทธิ์
จะดีแค่ไหน หากทุกอณูของอากาศที่ขับเคลื่อนเข้าไปในร่างกายของคุณนั้นเป็นอากาศอันแสนบริสุทธิ์และสดชื่น เพื่อถนอมอากาศบริสุทธิ์ไว้ให้บ้านและให้ปอด ควรลด ละ เลิก การนำสารพิษเข้ามาในบ้าน เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติแทนวัสดุสังเคราะห์ เช่น ใช้ผ้าฝ้ายธรรมชาติแทนผ้าใยสังเคราะห์ ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปราศจากสารพิษ Read the rest of this entry »
เรื่องควรรู้ก่อนสร้างบ้าน
เรื่องควรรู้ก่อนสร้างบ้าน
ด้วยภูมิอากาศร้อนชื้นทำให้บ้านไทยต้องเผชิญกับแสงแดดรุนแรงตลอดปี การวางแผนสร้างบ้านในเมืองไทยจึงต้องคำนึงถึงการรับมือกับแสงแดด และตั้งอยู่ในทิศทางที่เชื้อเชิญลมเย็น เพื่อให้บ้านอยู่สบายได้รับประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเต็มที่ และนี่คือหลากหลายวิธีที่จะช่วยให้บ้านอยู่เย็นและเป็นสุข
หันบ้านให้ถูกทิศ
?หลักประจำใจง่ายๆ ในการวางตำแหน่งบ้านคือ “เปิดรับแสงเหนือ” และ “กันแดดด้านตะวันตกและใต้” สำหรับการวางตัวบ้านให้ได้รับลมนั้น ต้องพยายามติดตั้งเปิดช่องรับลมไว้ทางทิศเหนือและทิศใต้ แต่เนื่องจากในเมืองใหญ่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสูงๆ กีดขวางทางลมอยู่มากมาย จนอาจจะทำให้ลมเปลี่ยนทิศทางได้ จึงควรพิจารณาเลือกเปิดช่องรับลมในด้านที่เหมาะสมกับพื้นที่แทน เช่น เลือกด้านที่แสงแดดส่องเข้าน้อยที่สุด Read the rest of this entry »